09 เมษายน 2552

Sense in the City - เมื่อเมืองมีประสาทสัมผัส


วันนี้เป็นวันที่วุ่นวายที่สุดวันหนึ่งของกรุงเทพฯ เลยล่ะครับพี่น้อง สำหรับตัวผมเองนั้น สถานที่ทำงานตั้งอยู่บนถนนพระราม 6 ใกล้กับกระทรวงต่างประเทศ ซึ่งตั้งแต่ช่วงเที่ยง ผมก็เริ่มได้ยินเสียงโห่ร้องของชาวเสื้อแดง ที่ยกพลมาขับไล่ รมว. ต่างประเทศ ยิ่งฟังก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ ช่วงนั้นผมจึงขอให้ลูกศิษย์คอยเช็คข่าวทางเว็บไซต์ต่างๆ เรื่อยๆ ว่าสถานการณ์กำลังจะไปถึงจุดไหน ผมได้เช็คเว็บไซต์ http://traffy.nectec.or.th/ ก็มีการรายงานข่าวการปิดอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิแล้ว แถมมีรูปแท็กซี่ปิดถนนให้ดูอีก เมื่อเช็คดูเรดาห์ตรวจอากาศ และภาพถ่ายดาวเทียมอินฟราเรด ก็เริ่มเห็นกลุ่มเมฆฝนเคลื่อนตัวเข้าสู่กรุงเทพฯ ณ เวลานั้น ผมก็รู้ว่าได้เวลากลับบ้านแล้ว "ปิดถนนบวกฝนตก" คงเป็นอะไรที่คนกรุงเทพฯ จดจำไปอีกนานเลยครับ ...........

ด้วยการตัดสินใจที่รวดเร็วจากข้อมูลที่เรียลไทม์ ทำให้ผมกลับมาถึงบ้านได้โดยใช้เวลาไม่นานนัก ตอนนี้ก็ยังติดตามข่าวอยู่เรื่อยๆ ครับ สงสารคนที่ยังติดอยู่ในเมือง ถ้าหากเรามีเทคโนโลยีเตือนภัยสำหรับคนเมือง ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้จากมือถือ ผู้คนอีกมากมาย ก็จะสามารถหลีกเลี่ยงความสับสนอลหม่านที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ วันนี้ได้ .....

ที่ MIT ซึ่งเป็นตักศิลาด้านเทคโนโลยีของโลก เขามีห้องปฏิบัติการวิจัยเพื่อสร้างเทคโนโลยีระบบสัมผัสสำหรับเมือง หรือ SENSEable City Lab ซึ่งทุ่มเทสร้างสรรงานวิจัยเพื่อพัฒนาเมืองให้มีระบบประสาทที่ฉลาดมากขึ้น ทีมงานได้พัฒนาเทคโนโลยีในการรวบรวมข้อมูลจากเซ็นเซอร์ต่างๆ ข้อมูลการใช้โทรศัพท์มือถือในเมือง เพื่อนำมาสร้างเป็นฐานข้อมูลที่จะทำให้เข้าใจพลวัตการเปลี่ยนแปลงต่างๆในเมือง การใช้ชีวิต ความเป็นอยู่ การใช้พลังงาน การติดต่อสื่อสารของผู้คนในเมือง ความรู้ที่ได้นี้ จะนำมาสู่การออกแบบเมืองที่ตรงต่อวิธีการใช้ชีวิตของผู้คนมากยิ่งขึ้น มีประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรมากยิ่งขึ้น เทคโนโลยีที่พัฒนานี้นอกจากจะช่วยในเรื่องของการออกแบบผังเมืองแล้ว ยังช่วยในการจัดการเมืองที่มีความหนาแน่น ด้วยการตรวจสอบพลวัตของฝูงชน ความหนาแน่นของการจราจร เหตุการณ์ผิดปรกติ หรือสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ การจับจ่ายใช้สอย การใช้ชีวิตในสถานที่ท่องเที่ยว ข้อมูลต่างๆเหล่านั้น เมื่อถูกนำมาประมวลผลจะทำให้เมืองๆหนึ่งมีพฤติกรรมที่มีเอกลักษณ์ของตนเอง มีสไตล์ มีพฤติกรรมประหนึ่งว่าเมืองนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตสิ่งหนึ่ง

ตอนนี้คนกรุงเทพฯ กำลังต้องการใช้เทคโนโลยีนี้แล้วครับ ......