19 สิงหาคม 2553

Collective Intelligence - ปัญญาสะสม (ตอนที่ 2)


หลายๆ ครั้งที่ผมและเพื่อนๆ ได้มีโอกาสไปนั่งสังสรรกันตามประสา พวกเราก็๋มักจะสนทนาเรื่องที่เกี่ยวกับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เรามักจะประเมินกันว่า ตอนนี้ประเทศไหนนำหน้าหรือตามหลังเรา หัวข้อหนึ่งที่เพื่อนๆ ของผมมักจะนำเสนอสู่วงสนทนาเสมอๆ ก็คือ ประเทศไทยมีเด็กเก่งๆ ที่ไปแข่งขันวิทยาศาสตร์โอลิมปิก สามารถคว้าเหรียญทองกลับมาได้มากมายทุกๆ ปี แต่กลับไม่มีประโยชน์ใดๆ เลยกับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ประเทศไทยก็ยังด้อยพัฒนากว่าหลายๆ ประเทศที่ไม่ได้เหรียญเหล่านี้เลย นี่มันอะไรกันครับ ??? ครั้งหนึ่ง ผมเคยปรารภกลับเพื่อนๆ ว่า เอ่อ .... ผมคิดว่า ผมพอจะรู้คำตอบเรื่องนี้แล้วล่ะ ... โดยแท้จริงแล้ว การที่ประเทศใดประเทศหนึ่งมีประชากรที่ฉลาดจำนวนมากนั้น มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของประเทศนั้นเลย ... จริงๆ แล้วประเทศที่มีคนหัวปานกลาง ก็อาจกลายเป็นมหาอำนาจทางเทคโนโลยีก็ได้ ...


ก่อนหน้านี้ นักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาทางด้านสายพันธุ์ของมนุษย์ ก็ต้องปวดหัวเป็นอย่างมากกับคำถามที่ว่า เพราะเหตุใด มนุษย์สายพันธุ์นีอันเดอธาล (Neanderthals) ที่ครองโลกเมื่อ 300,000 ปีที่แล้ว ถึงถูกรุกล้ำและแทนที่โดยบรรพบุรุษของเรา จนสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ไปในที่สุดเมื่อประมาณ 30,000 ปีที่แล้ว ทั้งๆ ที่มนุษย์นีอันเดอธาลมีขนาดของสมองใหญ่กว่าพวกเรา และเชื่อกันว่ามีความเฉลียวฉลาดกว่าพวกเราเสียอีก แต่กลับถูกสายพันธุ์ที่ฉลาดน้อยกว่า เข้าครอบครองจนสูญพันธุ์ไป

จากการขุดค้นหาหลักฐานต่างๆ นั้น นักวิทยาศาสตร์ได้พบว่า เมื่อประมาณ 100,000 กว่าปีที่แล้ว มนุษย์นีอันเดอธาลมีเทคโนโลยีก้าวหน้ากว่าบรรพบุรุษของพวกเราที่เป็น โฮโมเซเปียน (Homo Sapiens) มาก ทำให้บรรพบุรุษของเราต้องเร่ร่อนหนีออกไปอยู่ในทวีปเอเชีย โดยมนุษย์นีอันเดอธาลได้ครอบครองทวีปยุโรปทั้งหมด จนเมื่อเวลาผ่านไปถึงเมื่อ 45,000 ปีที่แล้ว พวกบรรพบุรุษของเราก็ได้กลับมาที่ทวีปยุโรป ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ากว่า และได้กำจัดมนุษย์นีอันเดอธาลออกไปจนหมด นักวิทยาศาสตร์ต่างฉงนว่า ในช่วงเวลา 55,000 ปีนั้น เทคโนโลยีของพวกนีอันเดอธาลไม่ได้ก้าวหน้าพัฒนาไปอีกเลย มนุษย์เหล่านี้ไม่รู้จักสร้างเมือง ไม่รู้จักการเกษตร รวมไปถึงยาสีฟัน ทำไมมนุษย์สายพันธุ์ที่มีความเฉลียวฉลาด กลับด้อยพัฒนากว่าบรรพบุรุษของเรา ???

แล้วผมจะไขข้อข้องใจว่า ทำไมความเฉลียวฉลาดของประชากร และเหรียญรางวัลโอลิมปิกวิชาการ ถึงไม่เกี่ยวกับความเจริญของประเทศ ในตอนต่อๆ ไปครับ ....

4 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ22 สิงหาคม 2553 03:26

    ในความคิดผม

    ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ก็เพราะ..

    เราถูกสอนให้เรียนเอาแต่คะแนน หรือเพื่อปริญญา
    เราไม่มีอิสระในความคิด

    วันๆๆหนึ่งที่เราไปนั่งเรียน เคยคิดไหมว่าเราจะได้อะไรในการเรียนครั้งนี้
    ตำตอบก็คือ เกรด [A] เกรียตินิยม หรือเพียงแค่ผ่านมันไป

    จริงอยู่มันเป็นเครื่องการันตีว่า คุณเก่งมีความสามารถ
    แต่ถ้าเทียบกับความคิดสร้างสรรค์ ความเก่งเหล่านั้นก็สูญป่าว
    การเรียนเก่งไม่ได้ทำให้ประเทษชาติเจริญ
    การทำงานต่างหากที่ทำให้ประเทษชาติเจริญ
    แต่ต้องมีความคิดสร้างสรรค์และอิสระในการทำงาน
    ซึ่งตรงนี้ผมว่าคนไทยมีน้อยคน


    คนไทยนิยมหรือให้ความสำคัญของ แพทย์ วิศวะ และข้าราชการมียศถาบรรดาศัก จบลืมให้ความสำคัญของ อาชีพรากหญ้า ธุรกิจส่วนตัว
    ที่มีความอิสระในการทำงาน


    **ผมมีคำถามครับ สงสัยมานาน**
    คนที่ได้รับเหรียญรางวัลโอลิมปิก เค้าทำงานอะไรกันเหรอครับ

    ขอบคุณครับ..
    >>เด็กอายุ 20<<

    ตอบลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ22 สิงหาคม 2553 03:47

    ขอความคิดเห็นหน่อยครับ

    ทำไมการเรียนการสอนในประเทศไทย
    ถึงต้องใช้ตัวแปลด้วยหรือย่อคำ
    วิธีลัด


    เช่น Manufacturing overhead
    ก็ย่อ เป็น MO

    รัศมี r

    ผมคิดว่ามันทำให้เข้าใจยากขึ้น เราต้องจำถึง 2 ตัว

    เช่น 1+2 = ? เราเข้าใจว่า 1 คือ 1 มีค่าเท่ากับ 1 โดยไม่ต้อง
    แปลซ้ำ 2

    X+2 = ? กำหมดให้ X = 1

    เห็นไหมว่าเราต้องแปล ว่า X = 1
    และก็ต้องแปล ว่า 1 = 1 อีก 1 รอบ



    ผมคิดว่าถ้าตัดตัวแปลนี้ออก จากการเรียน
    จะมีคนเรียนเก่งขึ้นอีกเยอะเลย
    วิชาฟิสิกส์ เศรษฐศาสตร์จะเป็นเรื่องง่ายกว่านี้เยอะ

    ตอบลบ
  3. สุด...ยอด!!ไปเลยนาย จากเด็กอายุ20 เช่นเดียวกัน
    "แนวคิดที่ไม่ยึดติด..."

    ตอบลบ
  4. ผมว่าระบบการศึกษาในไทย เน้นให้เรียนรู้ เข้าใจ แต่ไม่นำมาปฏิบัติมากกว่าครับ มันเป็นว่าคนไทยจะเก่งคิดเก่งเก่งทฤษฎีแต่พอต้องทำแล้วก็จะไปแพ้คนต่างชาติ ในทางกลับกันคือไม่มีช่องทางหรือโอกาสให้คนใช้ความรู้ เพราะสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม เป็นแรงผลักดันอยู่ให้คนต้องดิ้นรนเอาตัวเองให้รอดก่อน ยังไม่มีเวลาคิดนวัตกรรมใหม่ขึ้นมา

    อีกอย่างว่านโยบายการศึกษาบ้านเราอาจจะกำลังดำเนินไปผิดทิศที่ว่าไม่สนับสนุนการพัฒนาภายในประเทศอย่างแท้จริง เช่น เมืองไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม แต่การทำงานวิจัยสายนี้กลับได้รับการสนับสนุนจากรัฐเรียกได้ว่าน้อยมากถึงมากที่สุด คนทำวิจัยเงินเดือนน้อยกว่าบริษัท ขาดการสนับสนุนอันเป็นแรงจูงใจสำคัญไม่เหมือนต่างประเทศที่ รัฐทุ่มงบประมาณให้กับส่วนนี้มากและดึงคนเก่งๆเข้าไปร่วมงานด้วย

    มีหลายคนพูดถึงภาวะสมองไหล คนเก่งไปทำงานในต่างประเทศกันซะมาก ความจริงคือต้องกลับมาคิดว่า ถ้าให้คนเรานี้กลับมา จะให้เค้าทำอะไรในประเทศไทย ? เมื่อมีความรู้มากแต่ไม่มีงานที่เหมาะสมกับความสามรถนั้น ความรู้ที่มีก็จะสูญเปล่า ดังนั้นการทำงานวิจัยในต่างประเทศที่มีอุปกรณ์พร้อม ก็จำนำไปสู่ความเจริงของโลกมากกว่า ซึ่งจริงๆแล้วก็คือมากจากผลที่ว่าพัฒนาคนไปผิดทิศนั้นเอง ถึงไม่มีอะไรทำในไทยเมื่อเรียนสูง

    ปล. การใช้คำย่อถูกใช้ทั่วไปในการศึกษาต่างประเทศเพื่อความกระชับในการใช้งาน ในสายงานนั้นๆ ครับ

    ตอบลบ