12 สิงหาคม 2551

Interactive Fabrics - อาภรณ์อันตรกริยา (ตอนที่ 2)


ในขณะที่คลัสเตอร์สิ่งทอของบ้านเรา มุ่งไปที่การเพิ่มฟังก์ชันด้านการทำความสะอาดตัวเอง (เช่น การใส่อนุภาค Silver Nano หรือ ไททาเนีย เข้าไปในใยผ้า) ให้แก่สิ่งทอเพื่อจะเพิ่มมูลค่าของมัน ในต่างประเทศนั้น เขากำลังกระโดดไปอีกขั้นแล้วครับ นั่นคือการใส่ฟังก์ชั่นด้านอิเล็กทรอนิกส์ หรือ การประมวลผล เข้าไปในใยผ้า เกิดศาสตร์ใหม่ขึ้นมาที่เรียกว่า Interactive Fabrics หรือ Textronics หรือ Textile Computing เท่าที่ผมสืบๆมา บ้านเรายังไม่มีการขยับในเรื่องนี้เลยครับ ทั้งๆ ที่ประเทศไทยมีอุตสาหกรรมสิ่งทอที่ใหญ่พอดู การทำ Textile Computing นี่เป็นศาสตร์แบบ Multidisciplinary หรือ สหสาขาวิชาครับ เพราะต้องใช้ความรู้ทั้งวิทยาศาสตร์เส้นใย พอลิเมอร์ เคมี คอมพิวเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ด้านการออกแบบ และที่สำคัญคือ แฟชั่น ด้วยครับ


รูปที่ผมเอามาแปะไว้ด้านบนนั้น เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัทฟิลิปส์ ที่เขาจะนำออกโชว์ตัวในงาน IFA Consumer Electronics ที่เบอร์ลิน ซึ่งจะจัดระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม - 3 กันยายน 2551 นี้ ผมนำออกมาให้ท่านผู้อ่านได้ชมก่อนเลยครับ โดยไม่ต้องไปถึงเยอรมัน ฟิลิปส์เรียกผลิตภัณฑ์แบบนี้ว่า Photonic Fabric ซึ่งสร้างโดยการถักทอ LED เข้าไปในเนื้อผ้า ฟิลิปส์จะนำเอาหมอนอันตรกริยาที่สามารถตอบสนองต่อผู้ใช้ได้ รวมไปถึงความสามารถในการส่ง SMS ด้วยการเอานิ้วเขียนข้อความบนหมอน พวกเราคงเคยได้เห็นเสื้อผ้าที่เปล่งแสงได้ ซึ่งเขาเคยนำมาโชว์ในเมืองไทย แนวทางการพัฒนาอาภรณ์อันตรกริยายังไปต่อได้อีกเยอะแยะเลยครับ ว่างๆ ผมจะนำเรื่องนี้มาเล่าต่อนะครับ ......

11 สิงหาคม 2551

หมอนบอกรักได้ - Relational Pillow


คุณผู้อ่านเคยกอดหมอนร้องไห้เวลาอกหักสมัยเป็นวัยรุ่นมั๊ยครับ อารมณ์ของเวลานั้น เราต้องการใครสักคนที่จะเข้าใจเรา และปลอบโยนเราได้ ผมรู้จักหลายคนที่อารมณ์เศร้าแบบนั้น ก็อาศัยกอดหมอนนี่แหล่ะครับ แต่ว่า ....... ต่อไปนี้เจ้าหมอนจะมีอารมณ์ความรู้สึก และสามารถปลอบโยนมนุษย์ได้แล้วครับ รวมทั้งถ่ายทอด ส่งต่ออารมณ์จากหมอนใบหนึ่งไปสู่หมอนอีกใบหนึ่ง ผ่านเครือข่ายอารมณ์ มันยังสามารถนำอารมณ์ ความรัก ความรู้สึก จากคนที่กอดมันส่งผ่านต่อไปยังคนอื่นๆ ที่อยู่ในเครือข่ายอารมณ์นี้ด้วยครับ จริงๆ แล้วมีทีมวิจัยหลายทีมทั่วโลกกำลังง่วนอยู่กับการทำวิจัยเรื่อง หมอนฉลาด นี้อยู่ แต่กลุ่มวิจัยของ Media Lab แห่ง MIT ดูจะเป็นทีมงานที่จับเรื่องนี้ก่อนใคร และมีความเข้มแข็งที่สุด ทีมงานที่ชื่อ Ambient Intelligence Group นี้นำโดยศาสตราจารย์หญิงที่จัดว่าสวยและมีเสน่ห์ท่านหนึ่งเลยครับ ท่านชื่อว่า Professor Pattie Maes หมอนที่ทาง MIT กำลังพัฒนาอยู่นี้สามารถรับรู้อารมณ์ของคนกอดได้ ผ่านทางเซ็นเซอร์รับสัมผัส มันสามารถถ่ายทอดการกอดออกไปสู่หมอนอื่นๆ ด้วยการส่งผ่านความอบอุ่น (ผ่าน Wi-Fi หรือ อินเตอร์เน็ต) ด้วยการเพิ่มอุณหภูมิในบริเวณที่ถูกกอดของหมอนใบอื่นๆ ผู้ใช้หมอนสามารถส่งข้อความด้วยการใช้นิ้วเขียนลงบนหมอนของเรา เพื่อส่งข้อความไปสู่คนรักที่กำลังกอดหมอนอีกใบอยู่ ดูเหมือนการทำให้หมอนมีอารมณ์สามารถทำได้มากมาย ขึ้นอยู่กับการติดเซ็นเซอร์เพื่อรับรู้บนหมอนใบนั้น หมอนยังสามารถถูกฝึกให้เรียนรู้รูปแบบการกอด เพื่อจดจำเจ้าของได้ หรือถูกฝึกให้แสดงอารมณ์ตอบสนองกับเจ้าของในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อมีเสียงเพลง เมื่อมีอุณหภูมิพอเหมาะในห้อง หรือสามารถฝึกให้จดจำกิจกรรมต่างๆ เช่น การหนุนนอน กอดดูทีวี หรือ กอดร้องไห้ มันจะได้แสดงอารมณ์ตอบสนองต่อมนุษย์ และส่งผ่านอารมณ์นั้นเข้าเครือข่ายอารมณ์ได้

10 สิงหาคม 2551

เซลล์สุริยะสาหร่าย - Algae Solar Cell (ตอนที่ 3)



วันนี้ผมขอมาคุยให้ฟังต่อเรื่อง การผลิตพลังงานจากสาหร่าย กันอีกครั้งครับ เพราะกระแส Algae Solar Cell นี่มาแรงจริงๆ ครับ ในประเทศสหรัฐอเมริกามีการตื่นตัวเรื่องนี้มาก ถึงขนาดที่ว่ามีชมรมที่ตั้งขึ้นมา เพื่อเผยแพร่วิธีการทำฟาร์มน้ำมันสาหร่าย แบบเปิดให้ดูหมด (ในภาษาไอทีเขาเรียกว่า Open Source ครับ) ชมรมนี้เรียกว่า algOS (algae Open Source) ชมรมนี้ต้องการให้ใครก็ได้ ทั้งนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร คนทั่วไป บริษัท จากทั่วทั้งโลก มาร่วมกันเปิดเผยข้อมูลที่พอจะให้ได้ เพื่อมาสร้างสูตรการทำฟาร์มสาหร่ายเพื่อการผลิตน้ำมันร่วมกัน โดยอาศัยความได้เปรียบที่ว่า (1) สาหร่ายเป็นพืชที่ให้น้ำมันได้สูงมาก เป็นร้อยเท่าของถั่วเหลืองเลยครับ (2) สาหร่ายปลูกที่ไหนก็ได้ เพราะไม่ต้องอาศัยดิน ปลูกในท่อปลูกก็ได้ (3) สาหร่ายไม่ใช่อาหารของคน หรือ สัตว์ที่คนเลี้ยง ไม่เหมือน ปาล์ม อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพด เนื่องจากตอนนี้บริษัทน้ำมันใหญ่ๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกาเริ่มเข้ามาลงทุนทางด้านนี้ ทางชมรมนี้เขาก็กลัวว่า บริษัทยักษ์ใหญ่พวกนี้จะถือครองสูตรการทำ แล้วอีกหน่อยก็จะควบคุมพลังงานสาหร่าย ซึ่งพวกเขามองว่าเป็นพลังงานแห่งอนาคต ชมรมนี้จึงต้องการสร้างอำนาจการต่อรอง ด้วยการทำสูตรที่เป็นสาธารณะ เพื่อให้เกษตรกร บริษัทขนาดกลาง ตลอดจนผู้สนใจจะก่อตั้งธุรกิจนี้ เอาไปทำเองก็ได้ การเลี้ยงสาหร่ายสามารถทำได้ทั้งในระดับใช้กันเองในชุมชน ทำเป็นอุตสาหกรรมขนาดเล็ก ไปจนถึงการทำเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ สำหรับประเทศไทยผมมองว่าการทำเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ อาจจะทำได้ไม่กี่แห่ง เพราะประเทศเราเป็นประเทศเกษตรกรรมที่พื้นดินเหมาะไปทำอาหารมากกว่า การทำฟาร์มสาหร่ายควรไปทำในที่ๆ ไม่ต้องใช้พื้นดินทำเกษตร เช่น ทะเลทราย หรือ บริเวณดินเค็ม ดินเสีย ที่ทำเกษตรไม่ได้แล้ว ซึ่งไม่ค่อยมีหรอกครับในประเทศที่อุดมสมบูรณ์อย่างบ้านเรา algOS เขาพยายามทำคู่มือให้ตั้งแต่การเพาะเลี้ยง ไปจนถึงการผลิตน้ำมันเลยครับ วันหลังผมจะมาคุยต่อนะครับ .....

09 สิงหาคม 2551

UAV กับงานเกษตรอัจฉริยะ




UAV หรือ Unmanned Aerial Vehicle นั้นได้รับการรู้จักกันดีจากสงครามในอิรัก มันถูกขนามนามว่า "ดวงตาบนท้องฟ้า" ซึ่งช่วยทหารอเมริกันค้นหา สืบความเคลื่อนไหว ติดตาม และทำลายข้าศึก กองทัพสหรัฐใช้งานเจ้า UAV ถึง 1,500 ลำในอิรักและอัฟกานิสถาน มันช่วยลดความสูญเสียทหารได้มากมาย แต่ต่อไปนี้ อากาศยานไร้คนขับนี้กำลังจะเริ่มเข้ามาใช้งานในการเกษตรแล้วครับ


บริษัท Aeroview ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้พัฒนา UAV สำหรับงานทางด้านเกษตรแม่นยำสูง และการตรวจดูสิ่งแวดล้อม เจ้า UAV นี้จะบินเหนือไร่นาแล้วถ่ายภาพด้วยกล้องที่รับแสงที่ตามองเห็น ควบคู่ไปกับกล้องอินฟราเรด เพื่อตรวจหาบริเวณที่ถูกศัตรูพืชคุกคาม ความชื้นของดิน การกระจายตัวของพืช เกษตรกรสามารถติดตั้งเครื่องพ่นยาและปุ๋ย ที่จะปล่อยลงไปด้วยการควบคุมจากคอมพิวเตอร์ เพื่อไปยังต้นพืชที่ต้องการมันอย่างแม่นยำ Aeroview ทำ UAV หลายขนาด มีทั้งขนาดที่ต้องการลานบินสั้นๆ และขนาดเล็กที่สามารถปล่อยจากรางที่ติดตั้งหลังรถปิ๊กอัพ ส่วนบริษัท Yamaha ของญี่ปุ่นมาอีกแนวครับ คือแทนที่จะทำ UAV เป็นเครื่องบิน แต่กลับทำเป็นเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งจะทำให้สะดวกในการบินขึ้นลง

07 สิงหาคม 2551

มาเลเซียจับมือบริษัทซอฟต์แวร์ยักษ์ ดัน Precision Agriculture


MIMOS ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยระดับชาติของมาเลเซีย ซึ่งมีลักษณะงานคล้ายๆ NECTEC ของเรานี่แหล่ะครับ เขาได้ออก มาประกาศเมื่อช่วงต้นปีนี้ว่า เขาจะลุยงานทางด้านเกษตรแม่นยำสูง หรือ Precision Agriculture อย่างจริงจัง โดยจะนำนวัตกรรมทางด้านจักรกลจิ๋ว (MEMS) ที่เขากำลังซุ่มพัฒนาอยู่ไปใช้ในฟาร์มและไร่นา ไมโครชิพเกษตรที่เขาพัฒนาขึ้นมานี้ สามารถตรวจน้ำในดิน ค่าความเป็นกรด-ด่าง อุณหภูมิ เป็นต้น แต่เขารู้ดีว่าหัวใจของเกษตรแม่นยำสูงนั้นอยู่ที่การ ประมวลผลข้อมูลแบบเรียลไทม์ เขาจึงจับมือกับบริษัท Oracle ภายใต้โครงสร้างพื้นฐานที่เรียกว่า KnowledgeGrid Malaysia Initiatives โดยจะเชื่อมโยงข้อมูลจากเซ็นเซอร์เข้ามาอยู่ในระบบฐานความรู้ เพื่อใช้ในการประมวลผลความรู้ เจ้ากริดความรู้ตัวนี้จะปล่อยให้ชาวนา ชาวไร่ ได้เข้ามาใช้ เหมือนระบบกริดน้ำ ไฟ ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของสาธารณะ Dr. Datuk Abdul Wahab ซึ่งเป็นประธาน MIMOS (ซึ่งเทียบได้กับ ท่านอาจารย์พันธ์ศักดิ์ ผอ. NECTEC ของเรา) ได้กล่าว ว่า "ศักยภาพเชิงพาณิชย์ของระบบเซ็นเซอร์กริดทางการเกษตร ในมาเลเซียนี่มีสูงมากครับ เพราะจริงๆแล้ว เศรษฐกิจพื้น ฐานของมาเลเซียก็ยังพึ่งเกษตรอยู่มากเลยครับ" เมื่อถามว่าจะทำตลาดระบบเซ็นเซอร์กริดอย่างไร เขาตอบว่าจะนำเอาระบบนี้ไปใช้กับอุทยานเกษตรใหญ่ๆ ก่อน เช่น สวนยางขนาดใหญ่ และสวนปาล์มขนาดใหญ่ จากนั้นก็จะค่อยๆ นำไปใช้ในไร่นาขนาดเล็กลง

06 สิงหาคม 2551

นาโน โนเบล (ตอนที่ 10)

การสถาปนาทฤษฎีโมเลกุลาร์ออร์บิทัลของมูลลิเกนที่ทำให้ท่านได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีเมื่อปี ค.ศ. 1966 นั้น ได้ทำให้เราสามารถคำนวณสมบัติของสสารได้ เพียงแค่รู้สูตรโมเลกุลของมันเท่านั้น ทั้งนี้มูลลิเกนได้แสดงให้เห็นว่าระเบียบวิธีที่เขาพัฒนาขึ้นมานั้นสามารถทำนายสมบัติบางอย่าง เช่น โครงสร้างของโมเลกุล ที่ใกล้เคียงหรือเทียบเท่ากับที่วัดได้จริงจากการทดลอง ในเวลาต่อมาวงการเคมีจึงได้ก่อกำเนิดศาสตร์ใหม่ที่มีชื่อว่า “เคมีเชิงคำนวณ” (Computational Chemistry) ซึ่งว่าด้วยเรื่องการออกแบบโมเลกุล และทำนายสมบัติของโมเลกุลล่วงหน้า ทำให้สามารถค้นพบสมบัติใหม่ๆ และโมเลกุลใหม่ๆ ก่อนที่จะมีการสังเคราะห์ได้ด้วยซ้ำ ในเวลาต่อมาศาสตร์นี้ก็ได้แตกแขนงออกไปเป็น วัสดุศาสตร์เชิงคำนวณ (Computational Materials Science) การออกแบบยาด้วยคอมพิวเตอร์ (Computer Aided Drug Design) ชีววิทยาเชิงคำนวณ (Computational Biology) และนาโนเทคโนโลยีเชิงคำนวณ (Computational Nanotechnology) ในปัจจุบัน

ในโลกแห่งการใช้งานจริง โมเลกุลและวัสดุในอุตสาหกรรมจะมีขนาดใหญ่กว่านั้นมาก จำนวนอะตอมที่เกี่ยวข้องในการออกแบบเริ่มจากหลักสิบไปจนถึงหลักล้าน ตลอดระยะเวลา 30 ปีแห่งการพัฒนาเครื่องมือในการออกแบบโมเลกุล เราค่อนข้างโชคดีที่คอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์มีพัฒนาการไปอย่างก้าวกระโดดตามกฎของมัวร์ตลอดเวลา (คอมพิวเตอร์เร็วขึ้น 2 เท่าทุกๆ 18 เดือน) ทำให้ปัจจุบันเรามีคอมพิวเตอร์ที่มีความเร็ว 1 ล้านเท่าเมื่อเทียบกับสมัยของมูลลิเกน อีกทั้งระเบียบวิธีและอัลกอริทึมที่ใช้คำนวณก็มีความสลับซับซ้อนขึ้นมาก ตลอดช่วงระยะเวลาของการพัฒนาเครื่องมือทางการคำนวณนั้น ศาสตราจารย์โพเพิล (John A. Pople) แห่งมหาวิทยาลัยนอร์ธเวสเทิน ได้บุกเบิกระเบียบวิธีเชิงคำนวณทางเคมีควอนตัมที่มีประสิทธิภาพสูง จนทำให้สามารถคำนวณและออกแบบโมเลกุลขนาดใหญ่ได้ ทำให้เคมีเชิงคำนวณและการออกแบบด้วยคอมพิวเตอร์ได้บุกเข้าไปครอบครองพื้นที่ในแล็บเปียกของนักเคมีสังเคราะห์ พร้อมๆกันัน้น ศาสตราจารย์วอลเตอร์ โคห์น (Walter Kohn) แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานตาบาบาร่าได้พัฒนาทฤษฎีเดนซิตี้ฟังชันนัล ที่มีความเร็วสูงและแม่นยำ จนนำมาสู่การปฏิวัติวงการออกแบบวัสดุ ระเบียบวิธีของท่านได้กลายมาเป็นเครื่องมือมาตรฐานในการออกแบบโมเลกุล ในสาขาต่างๆ ตั้งแต่ เคมี ฟิสิกส์ ชีววิทยา ไปจนถึง เภสัชศาสตร์ และ การแพทย์

05 สิงหาคม 2551

ต้นไม้ไม่ได้โง่ (ตอนที่ 2)


ตอนเด็กๆ เรามักถูกสอนมาตลอดว่าต้นไม้เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไร้จิตใจ โรงเรียนพร่ำสอนเราว่าต้นไม้ไม่มีระบบประสาท มันไม่มีความรู้สึกนึกคิด เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีอารมณ์ เป็น Passive Organisms แต่ในช่วง 2-3 ปีหลังนี้ เริ่มมีความสนใจท่ามกลางหมู่นักวิจัยทั้งหลายแล้วล่ะครับว่า ความเชื่อดังกล่าวนั้นไม่ถูกต้อง ความสนใจในศาสตร์ของ Plant Communication ทำให้มีนักวิจัยเข้ามาทำงานด้านนี้มากขึ้น และเราก็เริ่มได้หลักฐานใหม่ๆ ที่บอกว่า ..... ต้นไม้ไม่ได้โง่ ..... มากขึ้นทุกที ๆ


Josef Stuefer แห่งมหาวิทยาลัย Radboud Nijmegen ได้ทำการศึกษาพบว่าต้นไม้มีการคุยกัน มันมีการสร้างเครือข่ายกัน เพื่อเตือนภัยให้แก่กันและกัน พืชจำพวกสตรอเบอรี กก อ้อ ถั่ว มีการคุยกันคล้ายกับระบบอินเตอร์เน็ต ผ่านเส้นกิ่งก้านที่โยงใยไปทั่ว เขาได้สาธิตให้เห็นว่าหากพืชเหล่านี้เริ่มถูกโจมตีโดยหนอน มันจะส่งสัญญาณเตือนภัยให้แก่ต้นอื่นๆ ผ่านเส้นใยกิ่งก้านของมัน นักวิจัยที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียที่เดวิสก็ค้นพบระบบเตือนภัยแบบนี้กับต้นยาสูบป่า และต้นไม้พวกโกฐจุฬาลัมพา (ไม่แน่ใจนะครับ ภาษาอังกฤษคือ Sagebrush) พวกเขาได้ทดลองขลิบใบ Sagebrush เพื่อเลียนแบบการที่ใบของมันถูกโจมตีโดยแมลง ซึ่งก็พบว่าเจ้าต้น Sagebrush เค้าปล่อยสารที่เรียกว่า methyl jasmonate ออกมา โมเลกุลกลิ่นนี้จะลอยไปกับลม ทำให้ต้นยาสูบทราบว่าเกิดการโจมตีโดยแมลงเข้าให้แล้ว พวกมันก็เลยเริ่มผลิตเอ็นไซม์ที่มีชื่อว่า PPO เพื่อทำให้ใบของพวกมันอร่อยน้อยลง แมลงจะได้ไม่อยากกิน


พวกเราเคยแต่ได้ยินใช่ไหมครับว่า พวกสัตว์ที่กำลังถูกฆ่าจะผลิตสารที่ก่อมะเร็งออกมาในตัวมัน ดังนั้นคนที่ทานเนื้อสัตว์มากๆ ก็จะได้รับสารนี้มากตามไปด้วย ตอนนี้เราเพิ่งรู้ว่าพืชก็ทำแบบนี้ได้เหมือนกันครับ

04 สิงหาคม 2551

1st Nano Today Conference 2009 - Singapore


วันนี้ผมขอต่อเนื่องไปเลยแล้วกันครับ ขอแนะนำการประชุมวิชาการทางด้านนาโน ซึ่งสถานที่จัดก็เป็นประเทศสิงคโปร์อีกแล้วล่ะครับ งานประชุม The 1st Nano Today Conference จะจัดระหว่างวันที่ 2-5 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ซึ่งจะจัดที่ Biopolis ประเทศสิงคโปร์ กำหนดส่ง abstract ภายในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2552 ซึ่งก็ยังเหลือเวลาอีกค่อนข้างมาก ยังไงผมจะนำความคืบหน้ามาบอกกล่าวอีกครั้งเมื่อใกล้ๆ จะถึงกำหนดส่งนะครับ หัวข้อที่เน้นในการประชุมนี้จะค่อนข้างแคบกว่างาน ICMAT2009 ที่เคยเล่าให้ฟังก่อนหน้านี้ โดยการประชุมนี้จะถึงจะมีเรื่อง Nanomaterials แต่ก็จะเน้นไปที่ Devices มากขึ้น เพราะสถานภาพของนาโนเทคโนโลยีในขณะนี้ของต่างประเทศนั้น ก้าวหน้าไปถึงขั้นของ Nanodevices กันแล้ว ต่างจากประเทศไทยที่ยังคงเตาะแตะอยู่กับ Nanomaterials ครับ หัวข้อการประชุมก็มีดังนี้ครับ ......


• Synthesis and Self-Assembly of Nanostructured Materials and Films
• Functionalization and Size-Dependent Properties of Nanocrystals, Quantum Dots and Nanowires
• Processing and Templating of Nanotubes and Nanoporous Materials
• Tailoring of Polymeric Nanoparticles, Organic-Inorganic Nanocomposites and Biohybrids
• Fabrication of Nano and Micro Electro Mechanical Systems
• Design and Engineering of Structural and Functional Nanomaterials
• Nanosystems for Biological, Medical, Chemical, Catalytic, Energy and Environmental Applications
• Nanodevices for Electronic, Photonic, Magnetic, Imaging, Diagnostic and Sensor Applications


นี่คือข้อสังเกตของผมครับ หมู่นี้สิงคโปร์จัดงานประชุม Nano ถี่ๆบ่อยๆ หรือว่าตอนนี้เขาขอประกาศตัวเป็นฮับทางนาโนเทคโนโลยี แทนประเทศไทยและมาเลเซียไปแล้ว ........

03 สิงหาคม 2551

Rehabilitation Engineering 2009


เวชศาสตร์ฟื้นฟู เป็นเรื่องของการฟื้นฟูคนที่เจ็บไข้ได้ป่วย ให้กลับมาใช้ชีวิตอย่างคนปกติ หรือ ใกล้เคียงคนปกติ ซึ่งปัจจุบันศาสตร์แขนงนี้ยังรวมไปถึง การทำให้คนที่มีสมรรถนะของร่างกายด้อยกว่าคนทั่วไป สามารถใช้ชีวิตและทำอะไรต่ออะไร ได้อย่างปกติ รวมทั้งการแก้ไข หรือ กู้สมรรถนะที่เสื่อมถอยลงไปของผู้สูงอายุ ให้สามารถใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงกับที่เคยเป็น ดังนั้นเวชศาสตร์ฟื้นฟูจึงเป็นเรื่องของการ ยกระดับขีดความสามารถของมนุษย์ (Capability/Performance Enhancement) ซึ่งกำลังเป็นหัวข้อที่มาแรงอยู่ในขณะนี้ ตลาดของเวชศาสตร์ฟื้นฟูมีมูลค่ามากกว่าตลาดของการรักษาพยาบาลผู้ป่วยเสียอีก เพราะคนป่วยเมื่อหายแล้ว ก็ย่อมอยากกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิม ซึ่งก็เป็นงานหนึ่งของศาสตร์แขนงนี้


วันนี้ผมจะมาแนะนำการประชุมที่สำคัญงานหนึ่งของศาสตร์ทางด้านนี้ครับ ซึ่งก็คืองาน 3rd International Convention on Rehabilitation Engineering and Assistive Technology ครับ ซึ่งปีที่แล้วก็เคยจัดในกรุงเทพฯ แต่ปีนี้เขาจะไปจัดกันที่ประเทศสิงคโปร์ครับ ระหว่างวันที่ 23-25 เมษายน พ.ศ. 2552 เขาจะเริ่มเปิดรับ paper (ต้องส่งเป็น paper นะครับ ไม่ใช่แค่ abstract) ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2551 ไปจนถึงวันที่ 16 มกราคม 2552 สำหรับเนื้อหาของการประชุมก็มีดังนี้ครับ ......
  • New rehabilitation techniques & studies, novel assistive technology products
  • Assistive robotics, rehabilitative & therapeutic robotics, robotic environments and companions
  • Biomedical devices and instruments
  • Orthoses, exoskeletons, innovative mobility aids
  • User interfaces, brain-computer interface, bio-signal control interface
  • AAC products, studies & evaluations, translations
  • Universal design, inclusive housing & work place, transportation, accessibility issues
  • Smart home technology, environment control technology
  • Computer access products, software, studies & evaluations
  • Product development, commercialization, start-ups, and business related topics
  • Social issues, policies, political issues related disability and aging population
  • Gerontology and Geriatric Healthcare
  • Community Services and Social Works
  • Educational Improvement & Diversity : Case studies of good practices of AT & IT infusion in the special education classroom
  • Learning Disabilities & Developmental Disabilities : the challenge of having a barrier free learning environment
  • eTourism & disability
  • Accessible Tourism websites and accessible Tourism Information Systems (TIS)
  • Accessible Travel and Leisure holidays
  • Accessibility information/guidelines/audits for tourism products
  • Usability and user-interface studies
  • Economic evaluations of Accessible Tourism
  • Technologies and applications supporting Accessible Tourism
  • E-Accessibility, e-Inclusion, Universal Design and usability

จะเห็นว่าเนื้อหาในปีนี้เน้นเรื่องการท่องเที่ยวมากๆครับ สิงคโปร์เขากำลังคิดการใหญ่เกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ครับ .......

02 สิงหาคม 2551

ICMAT2009 - International Conference on Materials for Advanced Technology


วันนี้ผมจะมาบอกกล่าวกันถึงการประชุมวิชาการทางด้านนาโนศาสตร์ และนาโนเทคโนโลยี ระดับโลกงานหนึ่งที่นักนาโนเทคโนโลยีไม่ควรพลาดครับ นั่นคือ ICMAT2009 - International Conference on Materials for Advanced Technology ซึ่งจัดเป็นประจำทุกๆ 2 ปีที่ประเทศสิงคโปร์ครับ โดย ICMAT 2009 จะจัดระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน - 3 กรกฎาคม 2552 งานประชุมนี้เป็นงานประชุมที่ใหญ่มากครับ บางปีมีรางวัลโนเบลมาพูดถึง 4 คน ในงานประชุมจะมีการแบ่งเป็น Symposium ซึ่งก็จะเป็นงานประชุมย่อยๆ ตามสาขาต่างๆครับ ผมจะลอง List ให้ดูครับ


        • Symposium A Advanced Biomaterials and Regenerative Medicine (In Conjunction with 2nd Asian Biomaterials Congress)

        • Symposium B Nanomaterials for Bioimaging and Biosensing

        • Symposium C Advanced Delivery of Therapeutics: New Challenges for Materials

        • Symposium D Functional Ceramic Materials, Oxide Thin Films and Heterostructures

        • Symposium E Nanostructured Magnetic Materials and Their Applications

        • Symposium F Nanostructured Materials for Electrochemical Energy Systems: Lithium Batteries, Supercapacitors and Fuel Cells

        • Symposium G Plasmonics and Applications

        • Symposium H Carbon Nanotubes: Synthesis, Characterisation and Applications

        • Symposium I Carbon Rich Materials (CRMs) and Applications

        • Symposium J Nanodevices and Nanofabrication

        • Symposium K Nano Patterning & Surface Characterization

        • Symposium L NEMS/MEMS Technology and Devices

        • Symposium M DNA Nanoscience and Physics

        • Symposium N Plastic Electronics

        • Symposium O Compound Semiconductor Photonics: Materials, Devices and Integration

        • Symposium P Optical Fiber Devices and Applications

        • Symposium Q Computational Materials Design at All Scales: From Theory to Application

        • Symposium R Single Crystals; Growth and Applications for Research and Industry

        • Symposium S Novel Routes of Solution Processing Symposium T Advanced Component Manufacture from Light Materials

        • Symposium U Mechanical Behavior of Micro- and Nano-Scale Systems

        • Symposium V Materials Education: New Tools and Resources

        • Symposium W GEM4 Symposium on Infectious Disease

        จะเห็นได้ว่าในปีนี้มี Theme ที่น่าสนใจเพิ่มเข้ามา ซึ่งกำลังเป็นสาขาที่เป็นกระแสนิยม อย่างเช่น Plastic Electronics, Advanced Component Manufacture from Light Materials และ GEM4 Symposium on Infectious Disease การประชุมนี้จะเริ่มเปิดรับ abstract กลางเดือนกันยายน และปิดรับวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2551 ครับ หากมีความเคลื่อนไหวเกิดขึ้น หรือมีเรื่องน่าสนใจเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการประชุมนี้เมื่อไร ผมก็จะนำมาเล่าให้ฟังอีกครับ