แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ aging แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ aging แสดงบทความทั้งหมด

07 มกราคม 2553

The Science of Ageing - ชราศาสตร์: ศาสตร์แห่งการแก่ (ตอนที่ 4)


วันนี้ผมได้รับโทรศัพท์จากอาจารย์ท่านหนึ่งว่า ทางคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มีแผนจะเชิญศาสตราจารย์ ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมี ค.ศ. 2004 ซึ่งก็คือ Aaron Ciechanover จากผลงานในการค้นพบกลไกการเสื่อมสลายของโมเลกุลโปรตีน ในร่างกายสิ่งมีชีวิต มาปฏิบัติงานที่คณะวิทยาศาสตร์ มหิดล เป็นเวลา 2-3 เดือน โดยระหว่างที่ท่านอยู่ที่เมืองไทย ท่านจะปฏิบัติภารกิจมากมาย เช่น การบรรยาย การเป็นพี่เลี้ยงให้แก่นักวิจัยทั้งรุ่นเล็ก และรุ่นใหญ่ รวมทั้งกิจกรรมทางสังคม เช่น ถ้าใครอยากขอถ่ายรูปกับท่าน ก็จะเป็นโอกาสที่ดี เพราะท่านก็คงจะต้องใช้ชีวิตเหมือนพวกเราที่มหิดล ก็คือ ทานข้าวแกงในโรงอาหาร

ผมค่อนข้างดีใจที่ได้ทราบข่าวเรื่องนี้ จริงๆ ก่อนหน้านี้คณะวิทยาศาสตร์ ก็เคยมีผู้ได้รางวัลโนเบลมาปฏิบัติงานอยู่ที่คณะฯ แต่ผมก็ไม่ค่อยจะปลื้มใจนักหรอกครับ ก็เพราะสิ่งที่ท่านทำ และได้รางวัลมันนานเป็น 40 ปีมาแล้ว ซึ่งเราก็ไม่ตื้นเต้นในเรื่องนั้นอีกแล้ว แต่ผลงานของท่าน Aaron Ciechanover นั้นเพิ่งได้รางวัลเมื่อไม่นานนี้เอง และสิ่งที่ท่านค้นพบ ก็เป็นจิ๊กซอร์สำคัญตัวหนึ่งที่จะนำไปสู่ความเข้าใจในเรื่องของ "ชราศาสตร์" ได้ครับ ซึ่งรางวัลโนเบลในปี 2009 ที่ผ่านมาทางด้านการแพทย์ ก็ได้มอบให้แก่นักวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบกลไกของการชราภาพ เช่นกัน


ช่วงหลังๆ เราเริ่มจะเห็นแนวคิดเกี่ยวกับการยืดอายุขัยของมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆ วันหลังผมจะนำความก้าวหน้าทางด้านนี้มาเล่าให้ฟังต่อนะครับ

28 สิงหาคม 2552

The Science of Ageing - ชราศาสตร์: ศาสตร์แห่งการแก่ (ตอนที่ 3)


ระหว่างที่ผมไปออกทริปภาคสนามทางภาคเหนือ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ผมได้มีโอกาสตระเวณไปตามเส้นทางที่ผ่านไร่นา ชนบท ดอยและภูเขา หมู่บ้านของชนเผ่าต่างๆ สิ่งที่ผมสังเกตเห็นอย่างหนึ่งก็คือ ประชากรส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงวัย ดังนั้นสิ่งที่ผมมักได้ยินว่าสังคมชนบทกำลังล่มสลาย เพราะคนหนุ่มสาวทิ้งไร่ทิ้งนานั้น ก็น่าจะเป็นจริง สิ่งที่ผมได้ยินอยู่เป็นประจำเวลาไปทำงานภาคสนามในไร่ ก็คือ แรงงานภาคเกษตรโดยเฉพาะการทำงานในไร่นานั้นหายากขึ้นทุกทีๆ และคนที่ยังทำอยู่ก็จะเป็นผู้สูงวัย

นักวิทยาศาสตร์พยายามค้นหาคำอธิบายในเรื่องของการแก่ ทำไมคนเราต้องแก่ และเราสามารถชะลอการแก่ได้หรือไม่ นักวิทยาศาสตร์ส่วนหนึ่งเชื่อว่า การแก่เป็นสิ่งที่สิ่งมีชีวิตทุกตัวตนจะต้องเผชิญ โดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้มีฐานสนับสนุนที่เข้มแข็งว่า ความแก่ เป็นสิ่งที่ไม่อาจจะชะลอได้โดยง่าย แต่ในช่วงหลังๆ นี้ นักวิทยาศาสตร์อีกกลุ่มที่เชื่อว่า ความแก่ เป็นสิ่งที่สามารถดัดแปลงและวิศวกรรมได้ เริ่มจะประสบผลสำเร็จในการยืดอายุสัตว์เล็กๆ ไม่ว่าจะเป็น ไส้เดือน แมลงวัน และหนู ที่น่าแปลกใจก็คือ การดัดแปลงยีนเพียงแค่ตัวเดียว ก็สามารถทำให้สัตว์พวกนี้แก่ช้าลงได้แล้ว

ศาสตราจารย์ แกรี่ รูพกูน (Gary Ruvkun) แห่งศูนย์ชีววิทยาคำนวณและบูรณาการ (Center for Computational and Integrative Biology) แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้กล่าวว่า "อย่าไปฟังนักชีววิทยาวิวัฒนาการนะครับ คนพวกนี้ชอบบอกเราว่าเรื่องนี้อย่าคิดไปทำเลย" ท่านได้ศึกษาเรื่องของการยืดอายุขัย ด้วยการใช้ศาสตร์ทางด้านชีววิทยาเชิงโมเลกุล ท่านได้ศึกษากลไกการเกิดเมตะบอลิซึมในร่างกาย เพื่อไขปริศนาของการแก่ ในการทดลองกับหนูทดลองนั้น หากหนูทดลองได้รับการควบคุมแคลอรี่ในอาหารทุกๆมื้อให้น้อยลงสัก 30% ซึ่งยังเป็นสูตรอาหารที่ทำให้หนูพวกนี้อยู่ได้อย่างมีสุขภาพดี ผลการวิจัยพบว่าหนูที่ลดอาหารจะมีอายุขัยยืนยาวเพิ่มอีก 30-40% จากหนูที่กินมื้อปรกติทั่วไป แต่สูตรอาหารนี้ยังเป็นที่ถกเถียงว่าจะใช้กับมนุษย์ได้หรือไม่ โดยคนทั่วไปคิดว่าในทางปฏิบัติมันไม่น่าจะทำได้ แต่ผมไม่เชื่อครับ ผมคิดว่าน่าจะทำได้ ไม่ยากครับ ดูอย่างพระสงฆ์สายปฏิบัติ สามารถที่จะฉันอาหารได้เพียงมื้อละหยิบมือ เพียงวันละ 1 มื้อเท่านั้น ท่านเหล่านั้นมีอายุยืนยาวเกือบ 100 ปีทั้งนั้น

ในเมื่อนักวิทยาศาสตร์คิดว่า การลดแคลอรี่ในอาหารทุกมื้อสำหรับคนเราสัก 30% ทำได้ยาก จึงอยากจะใช้วิธีอ้อมๆ ด้วยการไปหลอกร่างกายว่าได้ลดแคลอรี่แล้ว ครั้งหน้าผมจะมาเล่าต่อนะครับ .......

30 มิถุนายน 2552

The Science of Ageing - ชราศาสตร์: ศาสตร์แห่งการแก่ (ตอนที่ 2)


ในคราที่เจ้าชายสิทธัตถะได้ทรงรถม้าหนีพระราชบิดา ออกประพาสนอกพระราชวังนั้น ได้ทอดพระเนตรเห็นเทวทูตทั้ง 4 อันได้แก่ คนแก่ คนเจ็บ คนตาย และ นักบวช ซึ่งเหล่าเทพยดาได้เชิญชวนกันมานิรมิต ให้ทอดพระเนตรตลอดเส้นทางพระดำเนิน ทำให้พระองค์ทรงเกิดมีความทุกข์ในพระหฤทัย และเกิดความเบื่อหน่ายในกามสุข อยากจะเสด็จออกพนวชเพื่อค้นหาความจริงของชีวิต ซึ่งต่อมาพระองค์ได้บรรลุสัมโพธิญาณ ตรัสรู้เป็นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ในจำนวนเทวทูตทั้ง 4 ที่ได้ออกมาแสดงตนแก่พระสิทธัตถะจนเป็นเหตุให้พระองค์ออกผนวชนั้น "คนแก่" ถือเป็นมูลเหตุที่น่าจะสำคัญที่สุด เพราะได้ทำให้พระองค์สลดพระทัย ครุ่นคิดถึงตัวพระองค์เองว่าอีกไม่ช้าไม่นาน พระองค์จะต้องประสบกับภาวะดังกล่าวด้วยพระองค์เอง และแล้วในราตรีหนึ่ง พระสิทธัตถะได้ทรงตื่นบรรทม รับสั่งนายฉันนะ อำมาตย์ ให้นำม้ากัณฐกะออกไปส่งพระองค์ ณ ริมฝั่งแม่น้ำอโนมานที หลังจากทรงข้ามแม่น้ำพ้นเขตกรุงกบิลพัสดุ์แล้ว พระองค์ทรงปลงพระโมลี อธิษฐานจิตขอถือเพศบรรพชิตนับแต่นั้น

เราเชื่อตลอดมาว่า ความแก่ เป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่วิทยาศาสตร์สมัยใหม่กำลังหาทางที่จะหยุดยั้งเจ้าสิ่งนี้ มีนักวิทยาศาสตร์จำนวนมากขึ้นมากขึ้นทุกที ที่เชื่อว่าอีกหน่อยมนุษย์จะอยู่ได้เกิน 100 ปี และตามทฤษฎีแล้ว เราน่าจะยืดอายุของคนเราให้อยู่ได้เป็น 1,000 ปีเสียด้วยซ้ำ ไมเคิล โรส (Michael Rose) ศาสตราจารย์ทางด้านชีววิทยาวิวัฒนาการ แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เออร์วิน (UC Irvine) ผู้สร้างผลงานก้องโลกในการยืดอายุแมลงวัน กล่าวว่า "ผมทำวิจัยด้านอมตะศาสตร์ครับ เมื่อสัก 20 ปีก่อนหน้านี้ ใครก็ตามที่เสนอแนวคิดเรื่องการชะลอการแก่ จะถูกมองเป็นตัวประหลาด หรือไม่ก็หลุดโลกไปเลย แต่ตอนนี้สิครับ มีแต่ใครๆ พูดถึงมันว่าไอเดียนี้เป็นเรื่องที่เป็นไปได้"

รัฐบาลสหรัฐฯ ก็ค่อนข้างให้ความสนใจในเรื่องของชราศาสตร์ และ อมตะศาสตร์ ไม่เช่นนั้นก็คงจะไม่ทุ่มเงินวิจัยลงไป สำหรับเรื่องเหล่านี้ เป็นเงินถึง 2.4 พันล้านเหรียญต่อปี (หรือประมาณ 95,000 ล้านบาทต่อปี) หรอกครับ การวิจัยในเรื่องของชราศาสตร์ เพื่อเป้าหมายในการยืดอายุขัยของมนุษยชาติ ก่อนหน้านี้จะมองไปที่พันธุศาสตร์ หรือ Genetics เป็นหลัก แต่ในปัจจุบันนี้ ศาสตร์นี้อาศัยหลากหลายศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็นตัวคูณที่ทำให้เกิดอัตราเร่งในงานวิจัยด้านนี้


ถึงแม้ มนุษย์เกือบทุกคน อยากใช้ชีวิตนานๆ เท่าที่จะนานได้ แต่ใช่ว่าทุกคนจะเห็นด้วยกับการยืดอายุขัยของมนุษย์ นักวิทยาศาสตร์ส่วนหนึ่งไม่อยากให้มีการยืดอายุขัยของคน เพราะเกรงว่าจะทำให้จำนวนประชากรของมนุษย์ล้นโลก และคนเหล่านี้ยังเห็นความจำเป็นที่จะต้องเกิด แก่ เจ็บ ตาย และเชื่อว่ามนุษย์เราถูกกำหนดมาให้แก่และต้องตายทุกคน แต่คนที่เชียร์เรื่องนี้ขาดใจ กลับเห็นว่า เป็นการกลัวที่ไม่เข้าเรื่อง โดยให้เหตุผลว่า การที่ประชากรโลกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็จะมีกำลังสมองมากขึ้นๆ และจะเป็นตัวเร่งทำให้เกิดความก้าวหน้าในเรื่องอวกาศ มนุษย์สามารถระบายประชากรส่วนหนึ่งไปอยู่ดาวดวงอื่นๆได้

30 พฤษภาคม 2552

The Science of Aging - ชราศาสตร์: ศาสตร์แห่งการแก่ (ตอนที่ 1)


ในคืนวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 เมื่อเกือบสองพันหกร้อยปีมาแล้ว องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้แสดงปฐมเทศนา แก่ปัญจวคีย์ทั้ง 5 ซึ่งการแสดงธรรมในครั้งนั้นเป็นผลให้มีพระรัตนตรัยเกิดขึ้นครบองค์บริบูรณ์ เทศนากัณฐ์แรกขององค์ตถาคตนั้นรู้จักกันดีในนามว่า ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ซึ่งว่าด้วยเรื่องของอริยสัจสี่ ปฏิปทาที่นำไปสู่ความพ้นทุกข์คือมรรคมีองค์แปด และส่วนที่สุดสองอย่างอันบรรพชิตไม่ควรเสพ พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงธรรมในเรื่องของความทุกข์อันเกิดจาก ความเกิด ความแก่ ความเจ็บ และความตาย ในที่สุดของความทุกข์ 4 อย่างนี้ ความแก่เป็นความทุกข์ของมนุษยชาติ และเป็นปริศนาที่วิทยาศาสตร์ต้องการไขกุญแจความลับในเรื่องนี้มาโดยตลอด


อะไรที่เป็นกลไกควบคุมเรื่องความแก่ สัตว์อย่างเต่าสามารถมีอายุยืนยาวได้นานนับร้อยๆ ปี แต่ทำไมสัตว์ขนาดเดียวกันชนิดอื่นถึงอยู่ได้แค่ 10 ปี หนูมีอายุขัยประมาณ 2 ปีแต่ญาติห่างๆของมันคือกระรอกกางปีก กลับอยู่ได้เป็น 20 ปี ไม่ต้องอะไรมาก ลิงชิมแปนซี ญาติห่างๆของเราที่มีรหัสพันธุกรรม 99% เหมือนกับพวกเรา แต่พวกเรามีอายุขัยมากกว่าพวกมันถึง 2 เท่า


สถาบันชราศาสตร์แห่งชาติ (National Institute on Aging หรือ NIA) เป็นองค์กรหลักแห่งหนึ่งของประเทศสหรัฐอเมริกาที่ทำวิจัยเรื่องนี้โดยตรง พร้อมกับให้ทุนวิจัยแก่มหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อทำวิจัยเพื่อไขปริศนาของการแก่ วิธีการหนึ่งทีเขาใช้ก็คือคอยติดตามดูว่ายีนตัวไหนที่ออกฤทธิ์หรือแสดงออก (Gene Expression) บ้างเมื่อเนื้อเยื่อต่างๆ เริ่มแก่ลง ซึ่งจะติดตามดูพร้อมๆกันในเนื้อเยื่อหลายๆ แห่ง ว่ายีนทำงานมากขึ้นหรือน้อยลง ซึ่งจะนำไปสู่ความสัมพันธ์ของกลไกการแสดงออกของรหัสพันธุกรรม นักวิจัยพบว่าเนื้อเยื่อแต่ละชนิดแสดงอาการแก่ไม่เท่ากันเมื่อเวลาผ่านไป ด้วยเทคนิคที่พัฒนาขึ้นนี้ นักวิจัยสามารถที่จะติดตามการแสดงออกของยีนนับพันตัว ได้พร้อมๆกันในเนื้อเยื่อ 16 แห่ง ซึ่งทำให้สามารถเฝ้าดูรูปแบบหรือ Pattern ของการทำงานของยีนในเนื้อเยื่อของอวัยวะต่างๆที่กำลังแก่ ว่ามีลักษณะอย่างไร


ก่อนหน้านี้ นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าปัจจัยหลัก 2 อย่างที่ทำให้สัตว์โลกทั้งหลายต้องแก่ตัวลง คือ (1) การเสียหายของเนื้อเยื่อ (2) เมตาบอลิซึ่มที่เกิดช้าลง แต่งานวิจัยในระยะหลังๆ นี้กลับพบว่า ในการศึกษาหลายๆ ครั้ง กลับมีผลที่ขัดแย้งกันเอง เช่น การแสดงออกของยีน เนื้อเยื่อในตับ สมอง และ กล้ามเนื้อ ไม่ค่อยจะเปลี่ยนไปนักเมื่อสัตว์แก่ลง ในขณะที่เนื้อเยื่อในปอด ตา และไทมัส มีการแสดงออกของยีนเปลี่ยนแปลงเยอะมาก


ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 2,500 ปีที่แล้ว ก่อนที่พระพุทธองค์จะทรงดับสังขารเพื่อเสด็จสู่ปรินิพพาน ใต้ต้นสาละ เมืองกุสินาราพระองค์ทรงได้ให้ปัจฉิมโอวาทแด่พระภิกษุสงฆ์ที่เข้าเฝ้าอยู่ ณ ที่นั้น ความว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลายอันว่าสังขารทั้งหลายย่อมมีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงยังกิจทั้งปวงอันเป็นประโยชน์ของตนและประโยชน์ของผู้อื่นให้ บริบูรณ์ด้วยความไม่ประมาทเถิด”


ชราศาสตร์ เป็นศาสตร์ที่กำลังมาแรงในศตวรรษนี้ครับ เพราะเทคโนโลยีระดับโมเลุกล และนาโนเทคโนโลยี ได้เปิดมุมมองหลายๆอย่าง ทำให้เราเข้าใจในเรื่องของความแก่มากขึ้น แต่ท้ายที่สุด เทคโนโลยีของเราจะสามารถเอาชนะการเสื่อมถอยของสังขารได้หรือไม่ เวลาเท่านั้นที่ตอบได้ ........